วรดา

posted on 19 Oct 2010 19:22 by aguileraanimato in LIFE
        เช่นเคยกับการรับประทานอาหารที่บ้านเมื่อยามล่วงเลยจากเพลาปกติ แม่จะเก็บอารหารที่เหลือไว้ในตู้เย็น และเราก็แค่เอาไปอุ่นในไมโครเวฟ

เราหยิบปีกไก่น้ำแดงใส่เข้าไปในตู้ ปิดฝา แล้วตั้งเวลา และระดับความร้อน จากนั้นก็นั่งรอเวลาให้เสียงกิ๊งดังขึ้น

 

กิ๊งค์~

 

         เราเปิดฝาตู้ออกและก็ต้องพบกับเรื่องจุกอก เมื่อในนั้นนอกจากปีกไก่น้ำแดงในจานสีชมพูแล้ว ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกอย่างนอนไม่ไหวติงอยู่ริมผนังตู้

มันคือจิ้งจก

 

         เราตกใจมากๆ ไม่ใช่เพราะมันจะไต่ลงไปในอาหาร

แต่เพราะเรากลัวมันตาย เราเอานิ้วไปจิ้มมันอย่างเรียวเบา ด้วยกลัวว่าพุงมันจะแตกทะลักเครื่องในกระจายใส่

มันไม่ขยับ

 

          เรารู้แน่แล้วว่ามันตายเรียบร้อยแล้ว

           เจ้าจิ้งจกขดตัวเหมือนหวาดกลัวรังสีและความร้อน มันพยายามจะห่อหุ้มร่างด้วยร่างของมันเองเข้าด้วยกัน เสมือนอยากหลบหายไปจากกรงแห่งรังสีฉาน

หากเราไม่ตาฝาดไป ลำตัวของมันเริ่มมีสีน้ำตาลแดงแกม เหมือนลงบลัชชอนของnars ระเรื่อ....

 

           เราหยิบกระดาษทิชชู่มาคลุมมันไว้ด้วยท่วงท่ากระเดียดนิ้ว ไม่อยากจะนึกว่าร่างส่วนล่างของมันที่แผ่ทาบกับพื้นเตาอบจะหลอนหลอมเป็นซาก ของเหลวติดหนึบรึเปล่า แต่ก็ไม่... มันยังไม่ได้แหลกเหลวไปอย่างใด

 

           ความรู้สึกที่จับมันออกไปทิ้ง คือความรู้สึกกลัว

          หากชายคาบ้านเรือนทั้งหลายคือท้องที่อันพร้อมจะก่อเหตุมรณะกรรมของจิ้งจก สาเหตุส่วนใหญ่ที่จะจดเข้าบันทึกประจำวันก็คือ ถูกบานเกล็ดหนีบตาย

แต่เราคิดว่าการตายแบบนั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับการถูกขังทั้งเป็นแล้วค่อยๆตายเช่นนี้

มันคงไม่รู้ตัวว่า ในขณะที่มันออกไม่ได้ มีความร้อนจากอะไรไม่รู้ก่อตัวขึ้น และมันอาจจะเริ่มรู้สึกปวดหัวจากคลื่นไมโครเวฟ อวัยวะภายในมันเริ่มรวนและทำงานผิดปกติ มันอาจจะรู้สึกถึงความร้อนคุกคาม ที่รั่วไหล รั่วไหลโดยที่มองไม่เห็นว่ามาจากที่ใด มันรู้เพียงแต่ประตูทางเข้าที่เคยเข้ามานั้น บัดนี้ปิดลงเสียแล้ว และมันทำได้แค่พยายามขดตัวเพื่อหลบหนีจากคลื่นมรณะที่มองไม่เ้ห็น ก่อนจะขาดใจตาย

 

เพียงคิดเท่านี้เราก็รู้สึกขนลุก และเศร้า เรารู้สึกว่ามันก่อตัวเป็นผลกรรมทางใจอย่างรวดเร็ว โดยดุษฎีเรายอมรับว่าเราหวาดกลัวและเสียใจกับเสี้ยวจินตนาการของจิ้งจกก่อน ตาย

วันนึงเราคงรับกรรมนี้ เราคงถูกกักขังในห้องปิดตาย ได้แต่นั่งซึมอยู่เฉยๆ ไม่มีวันได้ออกไปไหน ไม่มีทางได้สัมผัสกับโลกภายนอก และทุกครั้งที่เราจมอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบ คลื่นมรณะก็จะถูกปล่อยมาทีละนิดช้าๆ คลื่นความร้อน คลื่นแม่เหล็ก รังสีต่างๆค่อยๆเข้ามาแปรเปลี่ยนระบบการทำงานของอวัยวะเรา และเราก็เริ่มตายลงช้าๆโดยไม่รู้ตัว อย่างเงียบเหงา เดียวดาย

 

 

เรา รู้ว่าต่อให้ทำบุญไป ก็เป็นเพียงพิธีกรรมทางใจ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่อาจถูกแทนที่จากกุศลการกรวดน้ำได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็คงดีถ้าเรามีจิตที่สำนึกได้ มันคงผ่อนหนักเป็นเบา เมื่อวันนึงมาถึง ในภพภูมิใหม่ของจิ้งจกมันจะตามหาเรา และขังเราไว้ให้ตายอย่างเงียบเชียบและเดียวดาย

Comment

Comment:

Tweet

เออ พึ่งอ่านแล้วจับใจเลย หนึ่งชีวิตที่มีค่า

#3 By ปลาวาฬ on 2010-10-26 09:54

ชอบบล็อกคุณจริงๆ ๕๕
น่าจะมีให้โหลดดูด้วยนะ เห็นหลายเรื่องน่าดูไม่รู้จะไปหาที่ใหน ๕๕

#2 By ปลาวาฬ on 2010-10-26 09:52

อ๊าย!!! จิ้งจก!!

หลอน wink

#1 By choccopharm on 2010-10-19 19:26